Set Mining คืออะไร ?
 

Set Mining  คืออะไร ?

Set Mining เป็นคำเปรียบเปรย ที่ถูกนำมาใช้ใน โป๊กเกอร์ โดยหมายถึง การนำไพ่คู่ (Pocket pair) ต่ำ เช่น 22 33 44 55 66  หรือไพ่ คู่ กลาง เช่น 77 88 99 TT(T หมายถึง 10) call การ Raise ของผู้เล่น เข้าไปเพื่อหวังจะติด Set ที่ Flop หรือ  Turn
 

ความคุ้มค่า ที่คุณจะเข้าไปเพื่อติด set

สิ่งแรกที่คุณควรทำความเข้าใจคือ ไพ่ ทุกคู่มีโอกาสติด set ที่ flop นั้น มีอัตราส่วน อยู่ที่ 7.5/1  นั่นหมายถึงอะไร?

หมายถึง คุณ เลือกเล่น ไพ่คู่ของ 8.5 ครั้ง (คุณอาจคิดเป็น 9 ครั้งเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น) คุณมีโอกาสทำสำเร็จเพียงครั้ง เดียว
 
คำถามต่อมา …
คุณต้องชนะ ได้ชิพเป็นจำนวนเท่าไหร่ ในแต่ละครั้ง เพื่อให้คุ้มค่ากับ อีก 8  ครั้งที่คุณต้องหมอบ เมื่อไม่ติดอะไร
 
เรามาลองคำนวณกันง่ายๆ ดู
ในกรณีที่คุณ Call เพื่อเข้าไปเล่น ครั้งละ 4ชิพ(ในทุกๆ ครั้ง เพื่อให้ง่ายในการคิด)  ใน 1 ครั้งที่คุณติด Set คุณต้องเรียก Value (ทำกำไรให้ได้สูงสุด) จากการติด Set ของคุณ ให้ได้มากกว่า 8 ครั้ง ที่คุณต้องเสียไปนั่นคือ 32 ชิพ
 
ดังนั้น เราจะมาแนะนำกลยุทธ์ ที่ใช้ในการ Set Mining ใน บทเรียน โป๊กเกอร์ บทเรียนนี้กัน

1. ยิ่งมีผู้เล่นเหลืออยู่ข้างหลังที่จะเล่นต่อจากคุณมากเท่าไหร่

ไพ่คู่ ของคุณ ต้องแข็งแกร่งมากขึ้น เมื่อเหลือผู้เล่นที่จะเล่นต่อจากคุณ ยกตัวอย่างเช่น ผู้เล่น ที่ตำแหน่ง UTG open raise 3$ บนโต๊ะ 6 คน (6Max table )  และคุณอยู่ที่ตำแหน่ง MP call ด้วย คู่ 55  ยังเหลือ ผู้เล่นที่ตำแหน่ง CO BTN SB BB อีก ถึง 4 คนข้างหลัง
คุณจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผุ้เล่นคนใดคนหนึ่ง 3-bet หรือ 4-bet ทำให้คุณอยู่ในสถานการณ์ ที่ยากลำบาก ต้องเลือก หมอบ (Fold) เสียชิพ ไปโดยที่ยังไม่ได้เข้าไปดู Flop เสียด้วยซ้ำ
 
เรามาลองดูตัวอย่างอีกสัก 1ตัวอย่าง
ผู้เล่น ที่ตำแหน่ง UTG Raise บนโต๊ะ 9คน และคุณอยู่ใน UTG+1 คุณควร Callด้วย Pocket Pair ที่แข็งแกร่งเท่านั้น (TT+, 99+ หรืออาจ 88+ ขึ้นอยู่กับขนาดการ Raise) เนื่องจากช่วงของ UTG แคบมาก และมีผู้เล่น 7 คนอยู่ข้างหลัง และแน่นอน ถ้าคุณอยู่ที่ตำแหน่ง BTN คุณก็สามารถ ลดความแข็งแกร่งลง อาจใช้ 55 หรือ 44 มา Call ผุ้เล่น ที่ UTG ได้เพราะ ?
ใช่ เหลือผู้เล่นอีกไม่มาก นั่นเอง
 
นอกจากนี้คุณสามารถขยาย Range ออกไป (Call ด้วยไพ่กว้างขึ้น)ได้หากผู้เล่นที่อยู่ข้างหลังเป็นผู้เล่นที่ไม่ได้เก่งหรือดุดัน (Aggressive) อะไร และ ไม่กดดันคู่ต่อสู้ด้วยการ 3bet   ตัวอย่างเช่น หากคุณอยู่ที่ตำแหน่ง Botton และ ผู้เล่นที่ตำแหน่ง Blind ทั้งสองเป็นผู้เล่นที่อ่อนแอ คุณสามารถปรับการ Callด้วย Pocket Pair (ไพ่คู่) ทุกใบเลยได้
 

2. อย่า เล่น Set mining ในสถานการณ์ ดังต่อไปนี้


มีผู้เล่นก่อนหน้าเราทำการ open raise,เรา Call แล้วมีผู้เล่นต่อจากเรา 3bet กลับมาถึง ผู้เล่นคนแรก เขา Call 3bet นั้นแล้ว ให้เราเลือกหมอบดีกว่า

ผลจากการที่มีผู้เล่น 3bet+Call แล้วนั้น นั้นทำให้ pot ขยายใหญ่ขึ้นมากในรอบ Preflopการ Over call (Call ตามไป เพิ่มในกรณีที่มีผู้เล่นก่อนหน้า Call) ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่แนะนำให้ Call ตามไป เนื่องด้วย Range ของ ผู้เล่น ที่มีส่วนใน pot นั้นแข็งแกร่ง และ  ขนาดของชิพ ที่ต้องใช้ callใน pot 3betมักจะใหญ่เกินไปที่จะทำการ set mining สามารถทำกำไรได้ในระยะยาว

คำแนะนำนี้ เน้นไปที่เกมระดับที่ค่อนข้างสูง เพราะมีผู้เล่นส่วนใหญ่เข้าใจในเกมอยู่มาก มีการเล่น ค่อนข้าง Aggressive เป้าหมายในการ set mining คือ หวังจะทำกำไรได้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ ชิพทั้ง Stake ของฝ่ายตรงข้าม เพื่อทดแทนความเสี่ยงที่คุณพลาด ไม่ติดอะไรที่ Flop ซึ่งการเล่นกับผู้เล่นที่มีความสามารถสูงหรือ ในระดับ Buyin สูง การที่เขาจะพลาดเสียชิพเป็นจำนวนมากๆ เป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยๆ
 
ตรงกันข้าม  ในระดับ Micro หรือ Small Stake มีผู้เล่นใหม่ ที่เพิ่มเริ่มเล่น มีเกมค่อนข้าง passive (ซึ่งเป็นเรื่องปกติมาก) การ 3bet หรือ Squeeze นั้นไม่ค่อยนำมาใช้ ไม่เข้าใจในเรื่อง Range ,Position ฯลฯ ดังนั้น คุณอาจเลือก overcall เพื่อเข้าไปเล่นใน Flop แบบ Multiway แล้วติด set ได้กินเต็ม คุ้มค่าในการเสี่ยง และในทางกลับกัน หาก Raiser (คนที่เริ่ม เปิด Open Raise เป็นคนแรก) หมอบไป ก็จะทำให้ Pot Odds คุ้มค่า (ยิ่งเหลือผู้เล่นน้อย การเล่นของคุณก็ยิ่งคุ้มค่าและง่าย) คุณก็ไม่ต้องลังเลที่จะดำเนินแผนการ set mining ได้
 

3. สังเกต อัตราส่วน จำนวนชิพ ที่ผู้เล่นต่างๆ raise ,3bet อย่างละเอียด ก่อนที่จะ set mining

โดยปกติ มาตราฐานที่จะ open raise หรือ 3-bet จะ ประมาณ x3 ถ้าคุณสังเกตว่า มันมากหรือน้อยกว่านั้น มันก็ย่อมมีความหมายถึงความแข็งแกร่งของไพ่ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง คุณอาจปรับ Range ในการ set   mining ให้กว้างหรือแคบลงตามความแข็งแกร่งที่เขาแสดงออกมาได้
 

4.เมื่อต้องการ set mining กับผู้เล่นที่ Nits หรือTight มากๆ 


เพราะเมื่อใดก็ตามที่ผู้เล่นประเภทนี้ open raise หรือ 3bet ไพ่ที่เขาจะมีโอกาสมีได้ ก็จำพวก AA KK QQ ซึ่งหากเราติด set ที่ Flop เราจะสามารถทำกำไรได้คุ้มค่า กินเต็ม หมด stake เนื่องจาก ผู้ที่ถือไพ่ประเภทนี้มักจะไม่หมอบและพร้อมที่จะเดิมพันจนหมดหน้าตัก  ตรงกันข้าม ถ้าเจอคนที่ Loose  3bet หรือ open raise ด้วยไพ่กว้างๆ เขาก็มักจะไม่ติดอะไร และยอมแพ้ง่ายๆ ทำให้เราไม่สามารถทำกำไร ได้คุ้มค่า ดังที่ได้อธิบายไว้แล้วข้างต้น
 
สรุป
การ set mining ในเกม โป๊กเกอร์ หมายถึงการเอาไพ่ คู่ต่ำ-กลาง call เข้าไปเพื่อหวังติด set โดยโอกาสที่จะติด นั้น อยู่ประมาณ 8:1 ดังนั้นการเข้าไปเล่นนั้นต้องเล่น โดย การวางแผนการเล่นโป๊กเกอร์อย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าในระยะยาว
หวังว่าบทเรียน โป๊กเกอร์ ในหัวข้อ set mining จะทำให้ทุกท่านสามารถ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
 
เริ่มเล่นโป๊กเกอร์
ออนไลน์กับ PokerTH